บทนี้เปิดบัญชีจริง เตรียมของสามอย่างไว้ข้าง ๆ — อีเมล Gmail ที่จะใช้เป็นบัญชีหลัก บัตรเครดิต และลิงก์เว็บไซต์ของเรา
กับดักใหญ่ที่สุดอยู่ที่ขั้นตอนที่ 3 ถ้าพลาดตรงนั้น จะติดอยู่ในโหมดที่ทำอะไรไม่ได้เลยและไม่รู้ตัวว่าทำไม
หน้าตาเมนูของ Google เปลี่ยนบ่อย ชื่อปุ่มอาจต่างไปเล็กน้อย แต่ลำดับขั้นตอนกับตรรกะเบื้องหลังยังเหมือนเดิม ให้ยึดตามความหมาย ไม่ใช่ท่องตำแหน่งปุ่ม
เตรียมของก่อนเริ่ม
ทำไมต้องใช้อีเมลธุรกิจ
เคสที่เจอบ่อย — เปิดบัญชีด้วยอีเมลส่วนตัวของพนักงานการตลาด พอเขาลาออก บัญชีที่มีประวัติการเรียนรู้ทั้งหมดติดไปกับเขา ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์
ถ้าเผลอเปิดไปแล้ว ให้เพิ่มอีเมลของเจ้าของเป็นผู้ดูแลระดับ สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ ไว้ด้วยเสมอ
ขั้นตอนที่ 1 ถึง 2 สมัครและกรอกข้อมูลธุรกิจ
ข้อผิดพลาดที่แก้ไม่ได้
| ตั้งผิด | ผลที่ตามมา |
|---|
| สกุลเงินเป็น USD | ดูรายงานลำบาก คำนวณกำไรผิด แก้ไม่ได้ต้องเปิดบัญชีใหม่ |
| เขตเวลาผิด | รายงานรายวันเหลื่อม ตั้งเวลาแสดงโฆษณาผิดชั่วโมง |
จำง่าย ๆ — ไทย บาท กรุงเทพ สามคำนี้ต้องถูกตั้งแต่วันแรก
ขั้นตอนที่ 3 กับดักใหญ่ที่สุด — ออกจากโหมดอัตโนมัติ
- บัญชีเปิดใหม่จะถูกจับเข้า Smart Mode โดยอัตโนมัติ
- Smart Mode คือโหมดที่ Google เลือกคำค้น เขียนแอด และจัดการทุกอย่างเอง
- ในโหมดนี้เรา ตั้ง negative keyword ไม่ได้ ตั้ง conversion แบบละเอียดไม่ได้ แยกกลุ่มโฆษณาไม่ได้
- ต้องเปลี่ยนเป็น Expert Mode ก่อนทำอะไรทั้งสิ้น
- ระหว่างสร้างแคมเปญแรก จะมีลิงก์เล็ก ๆ ท้ายหน้า ให้เปลี่ยนไป Expert Mode
หาลิงก์นั้นไม่เจอทำยังไง
วิธีที่ 1 (ตอนสมัครครั้งแรก)
เลื่อนลงล่างสุดของหน้าสร้างแคมเปญ
หาข้อความประมาณ "เปลี่ยนไปใช้โหมดผู้เชี่ยวชาญ"
หรือ "Switch to Expert Mode" แล้วกด
วิธีที่ 2 (ถ้าสมัครไปแล้ว)
กดไอคอนเครื่องมือหรือการตั้งค่า มุมขวาบน
มองหาตัวเลือกเปลี่ยนเป็นโหมดผู้เชี่ยวชาญ
กดยืนยัน
สัญญาณว่ายังติดอยู่ใน Smart Mode — เมนูซ้ายมีน้อยมาก ไม่เห็นคำว่าคีย์เวิร์ด ไม่เห็นเมนูเครื่องมือครบ ตั้งงบได้อย่างเดียว
ถ้าเป็นแบบนั้น อย่าเพิ่งใส่บัตรเครดิต ให้แก้โหมดก่อน
ขั้นตอนที่ 4 ข้ามการสร้างแคมเปญแรก
ทำไมต้องข้าม
แคมเปญที่สร้างในนาทีแรกจะเริ่มใช้เงินทันทีที่ใส่บัตร โดยที่
- ยังไม่มี conversion ให้ระบบเรียนรู้
- ยังไม่มี negative keyword จะไปโผล่คำค้นอะไรก็ไม่รู้
- ยังไม่ได้เลือกหน้า landing page ที่ถูก
เงินที่เสียใน 3 วันแรกแบบนี้ ไม่ได้แม้แต่ข้อมูลที่ใช้ได้
ขั้นตอนที่ 5 ตั้งค่าบัญชีให้ครบก่อนใส่เงิน
เรื่อง VAT ที่คนไทยพลาด
Google เก็บ VAT 7% กับผู้ลงโฆษณาในไทย ถ้าไม่ใส่เลขผู้เสียภาษี ระบบจะบวก 7% ให้ในใบแจ้งหนี้
ผู้ให้บริการต่างประเทศออกใบกำกับภาษีให้ไม่ได้ เป็นระบบจ่ายอย่างเดียว ดังนั้นธุรกิจที่จด VAT ควรใส่เลขให้ครบตั้งแต่แรก แล้วคุยกับบัญชีว่าจะบันทึกยังไง
เช็คลิสต์ก่อนไปบทถัดไป
กับดักที่คนไทยพลาดบ่อยตอนเปิดบัญชี
| กับดัก | ผลที่เกิด |
|---|
| ปล่อยให้อยู่ใน Smart Mode | ตั้ง negative ไม่ได้ เงินไหลไปคำค้นมั่วทั้งเดือน |
| สร้างแคมเปญตอนสมัครเลย | เสียเงิน 3 วันแรกโดยไม่ได้ข้อมูล |
| เลือกสกุลเงิน USD | แก้ไม่ได้ ต้องเปิดบัญชีใหม่ |
| ใช้ Gmail ส่วนตัวของพนักงาน | พนักงานลาออกแล้วบัญชีติดไปด้วย |
| ให้เอเจนซี่เปิดบัญชีในชื่อเขา | เลิกจ้างแล้วเอาข้อมูลย้อนหลังมาไม่ได้ |
ข้อสุดท้ายสำคัญมาก — ถ้าจ้างเอเจนซี่ ให้เราเป็นเจ้าของบัญชี แล้วเชิญเขาเข้ามาเป็นผู้ดูแล ไม่ใช่ให้เขาเปิดบัญชีในชื่อเขาแล้วเราไปขอดู
ลองทำเลย
เปิดบัญชีให้เสร็จวันนี้ตามขั้นตอนข้างบน แล้วถ่ายภาพหน้าจอเก็บไว้ 2 จุด
1. หน้าที่แสดงว่าเป็น Expert Mode (เห็นเมนูซ้ายครบ)
2. หน้าการเรียกเก็บเงินที่มีเลขผู้เสียภาษีแล้ว
ยังไม่ต้องสร้างแคมเปญ บทหน้าเราจะไปติดโค้ดวัดผลก่อน เพราะถ้ายิงก่อนวัด เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าอะไรได้ผล