Google Ads 2569by BizDrive
บทที่ 224 ของใหม่ปี 2569ปานกลาง

Demand Gen — บ้านใหม่ของ Display และวิดีโอ

Display campaign แบบเดี่ยวกำลังถูกยุบเข้า Demand Gen ภายในปี 2570 ย้ายแล้วเสียของอะไรบ้าง ได้อะไรเพิ่ม และคลินิกควรใช้ทำอะไรที่ไม่ใช่การขายตรง

ถ้าเคยเปิด Display campaign ไว้เพื่อให้คนเห็นบ่อย ๆ ต้องอ่านบทนี้ เพราะแคมเปญนั้นกำลังจะไม่มีอยู่

Google ยุบ Display campaign แบบเดี่ยวเข้าไปอยู่ใน Demand Gen ในชื่อ GDN on Demand Gen

สไลด์ 1 / 4
บทที่ 221/4

ไทม์ไลน์การย้าย

  • มิ.ย. 2569 เริ่มเปิดเครื่องมือย้าย
  • ม.ค. 2570 สร้าง Display campaign ใหม่ไม่ได้
  • ปี 2570 ที่เหลือถูกย้ายอัตโนมัติ
  • ย้ายเองด้วยเครื่องมือ ดีกว่ารอโดนย้าย
  • เครื่องมือย้ายพา performance history 42 วันไปด้วย ทำให้ช่วงเรียนรู้เหลือแค่ 1 ถึง 2 วัน
BizDrive · google-ads.bizdrive.app
บทที่ 222/4

ย้ายแล้วเสียอะไรบ้าง

  • Manual CPC — คนที่ชอบคุมราคาเสนอเอง
  • optimize เพื่อ viewable impression — คนทำแบรนด์ดิ้ง
  • pay for conversions — คนที่จ่ายเฉพาะเมื่อได้ผล
  • bid adjustment — ปรับตามอุปกรณ์หรือเวลา
  • seasonality adjustment — คลินิกที่มีช่วงพีค เช่น ก่อนปีใหม่ ก่อนสงกรานต์
BizDrive · google-ads.bizdrive.app
บทที่ 223/4

ได้อะไรเพิ่ม

  • เลือกช่องทางได้ 2 แบบ — YouTube เท่านั้น หรือ ทุกช่องทาง Google (YouTube + Gmail + Discover + GDN + Maps)
  • Lookalike segments มาแทน Similar Audiences เดิม
  • optimize follow-on view หาคนที่มีแนวโน้มจะดูคลิปอื่นในช่องเราต่อ
  • view-through conversion optimization บน YouTube เพิ่ม เม.ย. 2569
  • Shoppable CTV เพิ่ม ม.ค. 2569 (เกี่ยวกับสินค้ามากกว่าบริการ)
BizDrive · google-ads.bizdrive.app
บทที่ 224/4

คลินิกควรใช้ Demand Gen ทำอะไร

  • ไม่ใช่เพื่อขายตรง คนที่กำลังไถ YouTube ไม่ได้กำลังหาคลินิก
  • ใช้ให้คนรู้จักก่อนที่เขาจะเริ่มค้นหา พอเขาค้นจริง เขาจะพิมพ์ชื่อเรา
  • เนื้อหาที่ใช้ได้คือ คลิปหมออธิบายความรู้ ไม่ใช่คลิปโปรโมชั่น
  • ใช้ audience สำเร็จรูป ไม่ใช่ Lookalike จากรายชื่อคนไข้
  • งบ 15 ถึง 20% ของงบรวม ไม่มากกว่านี้ในปีแรก
BizDrive · google-ads.bizdrive.app

ขยายความแต่ละสไลด์

ไทม์ไลน์การย้าย

ทำไมต้องย้ายเอง

ถ้ารอให้ระบบย้ายอัตโนมัติ จะได้ค่าตั้งต้นที่เราไม่ได้เลือก และบางทีเสีย history ไปด้วย

ย้ายเองใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ได้เลือกค่าเองและได้ history 42 วันติดไปด้วย

ย้ายแล้วเสียอะไรบ้าง

ที่เหลือที่หายไปด้วย

portfolio bidding
Brand Lift และ Search Lift
combined audiences
observation setting ที่ไม่ใช่ demographic
content suitability exclusion → เหลือระดับบัญชีอย่างเดียว

ข้อสุดท้ายสำคัญกับคลินิก — ถ้าอยากกันแอดไม่ให้ไปโผล่ข้างคอนเทนต์บางประเภท ต้องตั้งครั้งเดียวใช้ทั้งบัญชี ตั้งแยกรายแคมเปญไม่ได้แล้ว

รายการนี้ควรพิมพ์แปะไว้ เพราะหลายคนย้ายแล้วมางงทีหลังว่าทำไมปรับอะไรไม่ได้

ได้อะไรเพิ่ม

⚠️ Lookalike กับคลินิกมีข้อจำกัด

Lookalike สร้างจากรายชื่อลูกค้าเดิม และนโยบาย sensitive category ห้ามใช้ Customer Match ที่สร้างจากข้อมูลสุขภาพ

แปลว่าคลินิกความงามที่มีรายชื่อคนที่ทำฟิลเลอร์ เอามาทำ Lookalike ไม่ได้ — อ่านบทที่ 14 ก่อนตั้ง

ทางที่ทำได้คือใช้ audience สำเร็จรูปของ Google ซึ่งไม่มีสัญญาณอ่อนไหว

คลินิกควรใช้ Demand Gen ทำอะไร

วัดผลยังไงไม่ให้ตัดสินใจผิด

ตัวเลขใช้ตัดสินได้ไหม
conversion ตรงจาก Demand Gen❌ จะดูแย่เสมอ
คนค้นชื่อแบรนด์เราเพิ่มขึ้นไหม✅ ใช่
ทราฟฟิกที่พิมพ์เข้าเว็บตรง ๆ เพิ่มไหม✅ ใช่
CPC ของแคมเปญ Search ถูกลงไหม✅ ทางอ้อมแต่จริง

ถ้าตัดสิน Demand Gen ด้วย conversion ตรงอย่างเดียว มันจะดูแย่เสมอ และเราจะปิดมันทิ้งทั้งที่มันอาจช่วยให้ Search ถูกลง

กับดักที่คนไทยพลาดบ่อย

กับดักผลที่เกิด
เอาคลิปโปรโมชั่นลด 50% ไปยิงคนกำลังดูคลิปอื่นอยู่ ไม่สนใจ
ทำ Lookalike จากรายชื่อคนไข้ผิดนโยบาย sensitive category
ตัดสินผลด้วย conversion ตรงอย่างเดียวปิดทิ้งทั้งที่มันช่วยทางอ้อม
ให้งบ 50% ตั้งแต่เดือนแรกเงินหายไปกับปลายทางบนที่ยังปิดไม่ได้
รอให้ Display ถูกย้ายอัตโนมัติได้ค่าตั้งต้นที่ไม่ได้เลือก

เช็คลิสต์การย้าย

ลองทำเลย

เปิดช่อง YouTube ของคลินิกตัวเอง ถ้าไม่มีช่อง นั่นคือสัญญาณแรก

นับว่ามีคลิป อธิบายความรู้ กี่คลิป เทียบกับคลิป โปรโมชั่น กี่คลิป

Demand Gen ทำงานกับกองแรก ถ้ามีแต่กองหลัง ให้ทำคลิปความรู้ 3 คลิปก่อนเริ่มยิง คลิปละ 60 ถึง 90 วินาที หมอพูดเอง ไม่ต้องตัดต่อหรู

อ่านมาแล้ว 22 จาก 26 บท — เหลืออีก 4 บทถึงจะเปิดแคมเปญเองได้ครบวงจร

อ่านบทที่ 23 ต่อ →